logo
English (United Kingdom)Thai (ภาษาไทย)

Tuesday 02nd ¥2014f September 2014

Home เข้าใจพระคำภีร์พื้นฐาน 1 เรื่องราวของยาโคบและบุตรเชื้อสายสิบสองเผ่าของอิสราเอล 4/30
เรื่องราวของยาโคบและบุตรเชื้อสายสิบสองเผ่าของอิสราเอล 4/30 PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย purifysoul   
วันพุธที่ 17 มีนาคม 2010 เวลา 01:30

การกลับมาของเอซาว

          เมื่อเอซาวกลับมาถึงพร้อมกับเนื้อกวางที่ล่ามาได้ เขาพบว่าอิสอัคบิดาของเขาได้ผ่านการอวยพรของพระเจ้าลงไปให้ยาโคบเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว แทนที่จะเป็นเขา  และเขาจึงได้มีความโกรธเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและข่มขู่ที่จะฆ่ายาโคบน้องชายของเขา เรเบคาห์  ได้ยินโดยบังเอิญเรื่องการข่มขู่จากเอซาว จึงได้เกิดความกลัวในความปลอดภัยของชีวิตยาโคบ เธอจึงส่งยาโคบออกไปยังบ้านเกิดของเธอที่ดินแดนเมโสโมเตียเมียอย่างรวดเร็ว เพื่อไปอาศัยอยู่กับพี่ชายของนางชื่อ “ลาบัน” และออกห่างจากการถูกจับตัวจากเอซาวให้มากที่สุด

เรื่องราวของยาโคบ

Isaac blessing Jacob 

                      เรื่องราวนี้เริ่มต้นขึ้นด้วยยาโคบย้ายหนีออกจากค่ายของอิสอัคบิดาของเขา  เพื่อที่ยาโคบจะพ้นจากการถูกจับตัวจากเอซาวพี่ชายของเขา ผู้ซึ่งได้ข่มขู่ที่จะฆ่าเขา จากสาเหตุที่ได้เอาการอวยพรบุตรหัวปีของเอซาว  ดังนั้นยาโคบจากไปโดยไม่บอกกล่าวไปยัง “เมือง ปัดดานอารัม” เพื่อไปพบลุงของเขา “ลาบัน” พี่ชายของเรเบคาห์ มีความหวังเพื่อพบที่หลบภัยให้รอด

       ก่อนที่เขาจะออกจากบ้าน อิสอัค กล่าวเตือนหลายครั้งในการอวยพรของพระเจ้าแก่ยาโคบ  และกำชับเขาอย่าเอาหญิงเชื้อชาติของคานาไนท์มาเป็นภรรยาเหมือนเอซาวพี่ชายของเขาได้กระทำ

 ยาโคบ ณ บันไดสวรรค์

          หลังจากวันเดินทางวันแรกของเขา  และในขณะที่ดวงอาทิตย์ยังไม่ตกลับขอบฟ้า  ยาโคบตัดสินใจเอนตัวลงนอนและหลับสักครู่ เขารวบรวมเก็บก้อนหินบางส่วนเพื่อทำเป็นหมอนและแล้วก็วางตัวลงนอนและหลับไป  และในขณะที่นอนหลับ  ยาโคบได้ฝัน ในความฝันนี้ยาโคบเห็นบันไดอันหนึ่งตั้งขึ้นบนแผ่นดินโลกและขึ้นไปถึงฟ้าสวรรค์ เขายังได้เห็นทูตสวรรค์ผู้ซึ่งกำลังขึ้นบันไดไปและลงบันไดมาและไปกลับสวรรค์และโลก

          จากนั้นยาโคบมองไปยังระดับสูงที่สุดของบันได  เขาเห็นพระเจ้า ทันทีที่ยาโคบเห็นพระเจ้า พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับยาโคบ  เราคือองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของอับราฮัม บรรพบุรุษของเจ้า  และพระเจ้าของอิสอัค  แผ่นดินซึ่งเจ้านอนอยู่นั้น  เราจะให้แก่เจ้าและเชื้อสายของเจ้า จากนั้นพระเจ้าได้ยืนยันพันธสัญญาของพระองค์กับยาโคบอย่างที่พระองค์ได้กระทำกับปู่ (บิดาของอิสอัคซึ่งเป็นบิดา) ของยาโคบ  อับราฮัมและอิสอัคบิดาของเขาก่อนเขา

          เมื่อยาโคบตื่นขึ้นตอนเช้าตรู่ในวันรุ่งขึ้น เขาได้รวบรวมก้อนหินที่เขาได้ใช้เป็นหมอนของเขาและกองขึ้นเหมือนเสาหินและเจิมก้อนหินด้วยน้ำมัน เนื่องจากความสำคัญของสถานที่ ซึ่งเขาได้มี ความฝัน  ยาโคบตั้งชื่อใหม่ที่นั่นว่า (ซึ่งถูกเรียกในเวลานั้น “เมืองลูส”) “เบธเอล”  มีความหมาย “บ้าน (วิหาร) ของพระเจ้า” ในขณะที่ยาโคบยังคงอยู่ระหว่างการเดินทางไปพบกับลุงของเขา “ลาบัน”  เขาได้พบบ่อน้ำ และได้ถามพวกเขาที่บ่อน้ำนั้น เผื่อว่าพวกเขารู้จักดินแดน “ฮาราน” อยู่ที่ไหน  และถามพวกเขาว่าได้รู้จักลาบันลุงของเขา ด้วยเช่นกันไหม พวกผู้ชายที่บ่อน้ำนั้นจึงบอกยา โคบ ว่าพวกเขาเป็นคนมาจากฮารานและในเป็นความจริงพวกเขารู้จักลาบันลุงของเขา พวกเขายังบอกยาโคบว่า “ราเชล” บุตรสาวของลาบันจะมาที่บ่อน้ำในไม่ช้าเพื่อเอาน้ำให้แกะของลาบัน

                                                                                       ยาโคบพบราเชล

          เมื่อราเชลได้ปรากฏตัวขึ้นที่บ่อน้ำและยาโคบได้เห็นลักษณะโดดเด่นที่น่าสนใจเป็นอย่าง มากของราเชล เขาหลงรักเธอโดยทันที ราเชลจึงนำยาโคบ กลับไปกับเธอ ไปยังบ้านบิดาของเธอ ไม่นานหลังจากพวกเขามาถึงที่บ้าน  ยาโคบถามลาบันถึงการขอแต่งงานกับราเชลและยาโคบตกลงที่จะทำงานสำหรับลาบันเป็นเวลา 7 ปี ในการแลกเปลี่ยนสำหรับราเชล กาลเวลา 7 ปี ดูเหมือนจะไปอย่างรวดเร็วสำหรับยาโคบและเมื่อสัญญาตกลงนั้นได้เสร็จสิ้นแล้ว ยาโคบเผชิญหน้ากับลาบันตามข้อตกลง ลาบันเคารพข้อตกลงของเขากับยาโคบ จึงได้จัดงานเลี้ยงอันมโหฬารยิ่งใหญ่ และผู้คนเหล่านั้นทั้งหมดเข้าร่วมงานเลี้ยงจนอาการค่อนข้างเมา รวมถึงยาโคบด้วย

                      เมื่อเวลานั้นมาถึงของลาบันที่ส่ง ราเชล ลูกสาวของเขาสำหรับยาโคบ  ลาบันได้นำลูกสาว “เลอาห์” มีผ้าปกคลุมหน้าเจ้าสาวไว้ แทนที่จะเป็น ราเชล เวลานั้นยาโคบค่อนข้างเมาและไม่ได้ระมัดระวังว่าจะมีการสลับตัวเจ้าสาว โดยเชื่อว่าเลอาห์เป็นราเชล ดังนั้นเขานำเธอเข้าไปในเต็นท์ของเขาและมีความสัมพันธ์รักกับเธอ

          ในตอนเช้าเมื่อยาโคบตื่นขึ้น เขาพบว่าเขาได้นอนอยู่กับเลอาห์ แทนที่จะเป็นราเชล และสิ่งนี้กลายเป็นสิ่งที่รบกวนใจอย่างมาก หลังจากที่ยาโคบเห็นสิ่งที่พ่อตาได้กระทำกับเขา และที่พ่อตาได้ให้ลูกสาวเลอาห์มาแทนที่ของราเชล  เขาได้เผชิญหน้ากับลาบันในเรื่องนี้ ลาบันจึงอธิบายให้ยาโคบฟังว่า ลูกสาวคนโต (หัวปี) จะต้องให้แต่งงานก่อนโดยจารีตประเพณีของพวกเขาและอย่างไรเขาได้คิดว่ายาโคบก็ตระหนักถึงจารีตประเพณีนี้  หลังจากได้ยินสิ่งที่ลาบันพูด  ไม่ได้เห็นด้วยแต่ยังยอมรับข้อตกลงของลาบัน  ยาโคบตกลงที่จะทำงานให้ลาบันอีก 7 ปี จากนั้นเพื่อที่เขาอาจจะได้ราเชลมาเป็นภรรยาของเขาด้วย

เครื่องหมายพระคริสต์

          ตั้งแต่ต้นจนจบพระคัมภีร์ไบเบิ้ล มีเครื่องหมาย (สัญลักษณ์บ่งบอก) วางอยู่ภายในข้อความในพระคัมภีร์แสดงการมาเกิดของพระบุตรของพระคริสต์ บางส่วนของเครื่องหมาย (สัญลักษณ์บ่งบอก) หลายอย่างนี้ค่อนข้างซับซ้อน  ในขณะที่สิ่งอื่นๆ ได้เห็นออกมาอย่างชัดเจนกว่า ไม่ว่าในกรณีใดๆ เครื่องหมาย (สัญลักษณ์บ่งบอก) ทั้งหมดเหล่านี้จะเห็นได้เมื่อข้อความในพระคัมภีร์ถูกแปลเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น

                      อย่างที่อธิบายในหนังสือเล่มนี้ก่อนหน้านี้  คำภาษากรีก “Christos คริสโต” แปลเป็นภาษาอังกฤษเหมือน WORD คำว่า “CHRIST คริสต์” คำว่า “CHRIST คริสต์” มีที่ใช้ทั้งตัวอักษรและตัวเลขเป็นสัญลักษณ์ผลบวกของตัวพิมพ์เขียนเท่ากับตัวเลข 77 ตัวเลข 77 ยังสามารถเกี่ยวโยงถึงเหมือน TWINS เลขแฝด 77  ด้วยเหตุนี้  ชนิดใดก็ตามการมีเพื่อทำกับฝาแฝดหรือเจ็ดสองครั้งปรากฏในข้อความในพระคัมภีร์ ถูกวางที่นั่นเหมือนเป็นเครื่องหมายของการแสดงมาเป็นพระคริสต์ พระบุตรของพระเจ้า

          ชุดแรกของพี่น้องฝาแฝดเป็นคาอินและอาเบล กับคาอินการมีสิทธิบุตรหัวปีโดยการเป็นคนแรกออกจากครรภ์ ชุดที่สองของฝาแฝดปรากฏในข้อความในพระคัมภีร์  เป็นเอซาวและยาโคบ  เอซาวได้ออกจากครรภ์คนแรก และการมียาโคบน้องชายของเขาเกี่ยวกับการเกาะไปยังส้นเท้าของเขา  แสดงว่าได้มีการต่อสู้ภายในครรภ์ สำหรับสิทธิบุตรหัวปี

                      ในเรื่องของยาโคบทั้งสองชุดของเครื่องหมายปรากฏ กับยาโคบการเป็นหนึ่งของคู่ของฝาแฝดนี้ ชี้บอกว่าฝาแฝด ระบุคำว่า “พระคริสต์” เป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นของเรื่องของยาโคบ แฝด 7 อีกด้วยปรากฏในเรื่องของการมียาโคบเพื่อทำงาน 7 ปี สำหรับ เลอาห์และยังอีก 7 ปีสำหรับราเชล ซึ่งชี้ถึงว่าพระบุตรพระคริสต์ จะมาผ่านเชื้อสายของยาโคบ เรื่องของยาโคบบรรยายทั้งสองชุดของเครื่องหมายพระบุตรพระคริสต์ กับทั้งสองฝาแฝดและแฝด 7 ปรากฏในเรื่องของเขา

การต่อสู้เหนือสิทธิบุตรหัวปี

          อย่างที่คุณได้คุ้นเคยมากขึ้นกับข้อความในพระคัมภีร์ คุณจะเริ่มที่จะเห็นว่ามีการต่อสู้อย่างต่อเนื่องสำหรับการอวยพรและสิทธิบุตรหัวปี ผ่านพันธสัญญาเดิมทั้งหมด การต่อสู้อย่างต่อเนื่องนี้ตลอดทั้งข้อความในพระคัมภีร์จนกว่าการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ ในช่วงเวลาของพระคริสต์การอวยพรและสิทธิบุตรหัวปี แล้วก็มาด้วยกันในบุคคลเดียวกัน

          การต่อสู้ที่เป็นการดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้ง ประกอบด้วยเมล็ดพันธุ์แห่งการอวยพร และเมล็ดแห่งการแช่งสาป การต่อสู้เหนือสิทธิบุตรหัวปีและการอวยพรของพระเจ้า  การต่อสู้นี้  เริ่มต้นจากช่วงเวลาของคาอินผู้ซึ่งได้สิทธิบุตรหัวปีและอาเบลผู้ซึ่งได้รับการอวยพร  ดำเนินต่อไปจนกระทั่งถึงเวลาของพระเยซู   เพราะว่าพระเยซูได้รับทั้งสิทธิบุตรหัวปีและบุตรซึ่งรับการอวยพรของพระเจ้า เพื่อใส่ภาพความเข้าใจอย่างชัดเจนกว่า พวกเราจะย้อนกลับไปข้างหน้าเล็กน้อยในหนังสือของปฐมกาลไปยังชุดต่อไปของฝาแฝดที่ปรากฏในข้อความในพระคัมภีร์

ฝาแฝดชุดต่อไป

          ต่อมาในการดำรงชีวิตของบุตรสืบเชื้อสาย ของยาโคบ (อิสราเอล) 12 คน ยูดาห์บุตรชาย ของยาโคบ ล่อลวงลูกสะใภ้ “ทามาร์” เข้าไปในการมีเพศสัมพันธ์กับเขา ในบทที่ 38 ของหนังสือปฐมกาล เรื่องนี้ของยูดาห์และทามาร์เป็นเรื่องเก่า ทามาร์  หลังจากการล่อลวงพ่อสามีของเธอ  เข้าไปในการมีเพศสัมพันธ์กับนาง  ในที่สุดตั้งครรภ์และให้กำเนิดฝาแฝดโดยเขา ก่อนที่จะให้กำเนิดของฝาแฝดในขณะที่นางยังคงอยู่ในการเบ่งคลอดบุตร หนึ่งในฝาแฝดยื่นมือของเขาไปนอกครรภ์ของเธอ  แสดงว่าเขาควรจะเป็นคนออกมาคนแรก คนทำคลอดผู้ซึ่งกำลังช่วยเหลือทามาร์ในการคลอดบุตรของฝาแฝด  จึงผูกด้ายสีแดงรอบข้อมือของคนที่ซึ่งได้ยื่นมือของเขาออกมาจากครรภ์ก่อน

          แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อการคลอดบุตรของฝาแฝดคนแรกเกิดขึ้น คนหนึ่งออกมาจากครรภ์ก่อนไม่ได้เป็นคนที่ผูกด้ายแดงรอบข้อมือ!  ด้วยเหตุนี้ ชื่อคนแรกที่ออกมาจากครรภ์ “PHAREZ เปเรศ” สิ่งซึ่งหมายความถึงการแตกแยก (หรือ ทำลาย) อย่างที่เขาเอาสิทธิบุตรหัวปีจากคนหนึ่งที่มีด้ายแดงผูกข้อมือ  และเขาทำเช่นนั้นในขณะที่ยังคงอยู่ภายในครรภ์  ถ้าขณะนี้คุณจะมองในข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์โดยลูกาใน “ลูกา 3:33”  คุณจะเห็นว่าเปเรศ (ฝาแฝดผู้ซึ่งออกมาก่อน) อยู่ในบรรพบุรุษโดยตรงและเชื้อสายของพระเยซูคริสต์

หมายเหตุ 1: ชื่อเปเรซ PHAREZ เป็นคำสะกดผิดในข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์  การเป็นคำสะกด “PHARES" เปเรส” มากกว่า “PHAREZ"  เปเรซ” มีมากมายที่สะกดผิดพลาด อย่างเช่น ชื่อที่เกิดขึ้นตลอดในข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ เป็นผลของการทำให้เสื่อมลงของภาษาฮีบรู  และคุณจะพบคำสะกดที่ถูกต้องในหนังสือเล่มนี้ข้อความในพระคัมภีร์เหล่านั้นถูกอ้างถึง การผันแปรเหล่านี้ในภาษาฮีบรู เป็นผลมาจากชาวยิวใช้ชีวิตเป็นเวลาหลายปีในการถูกจับเป็นเชลยในประเทศที่พูดภาษาอื่น  ในที่สุดด้วยสาเหตุนี้การใช้ภาษาได้คอรัปเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในของพวกเขาเอง

           ถ้าเรามองไปที่ฝาแฝดชุดแรกเกิดขึ้นกับอาดัมและเอวา  ไม่มีการต่อสู้ใดๆ เหนือสิทธิบุตรหัวปีและการอวยพร ระหว่างคาอินกับอาเบล  กับคาอินชัดเจนการมีสิทธิบุตรหัวปีและอาเบล การมีการอวยพร หลังจากคาอินได้ฆ่าอาเบลน้องชายของเขา  สิทธิบุตรหัวปียังคงอยู่กับคาอิน นี่คือเหตุผลว่าทำไมพระเจ้าได้คุ้มครองคาอินแม้ว่าหลังจากเขาได้ฆ่าอาเบลน้องชายของเขา  เพราะว่าคาอินได้สิทธิบุตรหัวปี อย่างไรก็ตาม  คาอินไม่มีการอวยพร เมล็ดพันธุ์แห่งการอวยพรจึงผ่านไปยังเชทผู้ซึ่งเป็นบุตรชายหัวปีหลังจากการตายของอาเบล ด้วยเหตุนี้สิทธิบุตรหัวปียังคงอยู่กับคาอินในขณะที่เชื้อสายของการอวยพรได้ผ่านลงทางเซท

          ในชุดที่สองของฝาแฝด  มีการต่อสู้ภายในครรภ์เหนือสิทธิบุตรหัวปี  กับยาโคบสูญเสียแก่เอซาว อย่างไรก็ตาม พระเจ้าทำให้ถูกต้องโดยการให้ เอซาวขายสิทธิบุตรหัวปีแก่ยาโคบน้องชายของเขาด้วยสตูว์หนึ่งชาม   เพื่อยินยอมให้ยาโคบได้มีสิทธิทั้งการอวยพรและสิทธิบุตรหัวปี อย่างที่อิสอัคบิดาของเขาทำและอับราฮัมปู่ของเขาได้มีก่อนเขา!

          ในกรณีของชุดที่สามของฝาแฝด  คนหนึ่งซึ่งสมควรได้รับสิทธิของบุตรหัวปีและการอวยพรชื่อว่า PHAREZ เปเรซ สำหรับเขาได้ชนะการต่อสู้ภายในครรภ์ เราจะต่อเนื่องภายหลังในหนังสือเล่มนี้เพื่ออภิปรายสิทธิบุตรหัวปีและการอวยพร แต่ตอนนี้ให้เราย้อนกลับไปยังเรื่องของยาโคบ

กลับไปยังเรื่องของยาโคบ

          หลังจากยาโคบได้เสร็จสิ้นการทำงาน 7 ปี ในการรับใช้รอบ 2 แก่ลาบันพ่อตาของเขา เขาจึงได้รับราเชล  รักแรกของเขาในการแต่งงาน หลังจากการแต่งงานของยาโคบกับราเชล พระเจ้าเห็นว่ามีความอิจฉาริษยาระหว่างสองพี่น้องและยาโคบเอนเอียงความรักไปทางราเชลมากกว่าต่อเลอาห์ ดังนั้น พระเจ้า ยังคงรักษาสิ่งต่างๆ ในความสมดุลระหว่างสองพี่น้อง พระองค์อนุญาตให้เลอาห์ตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรคนแรก  เลอาห์ให้กำเนิดบุตรชายแก่ ยาโคบ คนแรกและนางเรียกชื่อเขาว่า “รูเบน” ตลอดทั้งเรื่องของยาโคบพี่น้องสองสาว  เลอาห์และราเชล  ได้ช่วงชิงอย่างต่อเนื่องสำหรับความรักใคร่ของยาโคบ และพยายามที่จะชนะเขาโดยการให้กำเนิดบุตรชายแก่เขา กับราเชลในขณะนั้นยังไม่สามารถมีบุตรได้

                 กับยาโคบ และเลอาห์กำลังจะผ่านช่วงเวลาของการไม่สามารถในอันที่จะตั้งครรภ์  สองพี่สาวน้องสาวตัดสินใจเพื่อรวมถึงสองคนรับใช้หญิงของพวกเขา สำหรับคลอดลูกเพิ่มขึ้นเพื่อยาโคบ บรรดาหญิงเกี่ยวพันในการมีบุตรชาย 12 คนของยาโคบจาก เลอาห์และราเชล นางศิลปาห์คนรับใช้หญิงของเลอาห์ และนางบิลฮาห์คนรับใช้หญิงของราเชล  นางบิลฮาห์ยังเป็นพี่น้องต่างมารดาของราเชลและเลอาห์ ซึ่งมีลาบัน เป็นบิดาของเธอเช่นกัน

            เลอาห์จึงได้รับความโปรดปราน สำหรับเด็กเหล่านั้นที่กำลังเกิดโดยศิลปาห์ คนรับใช้หญิงของเธอ ในขณะที่ราเชลได้รับความโปรดปราน สำหรับเด็กเหล่านั้นที่กำลังเกิดโดยบิลฮาห์ คนรับใช้หญิงของเธอ  ต่อไปนี้การรวบรวมรายชื่อของบุตรชาย 12 คนของยาโคบ  และมารดาของพวกเขา

1. Reuben รูเบน (มารดา - เลอาห์) เกิดคนแรกแก่เลอาห์

2. Simeon สิเมโอน (มารดา - เลอาห์)

3. Levi  เลวี (มารดา เลอาห์)

4. Judah  ยูดาห์ (มารดา เลอาห์)

5. Dan ดาน (มารดา - บิลฮาห์ คนรับใช้หญิงของราเชลและพี่น้องต่างมารดา)    

6. Naphtali  นัฟทาลี (มารดา บิลฮาห์  คนรับใช้หญิงของราเชลพี่น้องต่างมารดา)

7. Gad กาด (มารดาศิลปาห์, คนรับใช้หญิงของเลอาห์)

8. Asher อาเชอร์ (มารดา ศิลปาห์  คนรับใช้หญิงของเลอาห์)

9. Issachar อิสสาคาร์ (มารดา เลอาห์) next click

10. Zebulun  เศบูลูน (มารดา เลอาห์)

11. JOSEPH โยเซฟ (มารดา ราเชล) เกิดคนแรกของราเชล

12. Benjamin เบนยามิน (มารดา ราเชล) ราเชลเสียชีวิตจากการให้กำเนิดเบนยามิน!

                    * หลังจากให้กำเนิดเศบูลูน  เลอาห์ให้กำเนิดบุตรสาว  และชื่อของเธอ “ดีนาห์”

ยาโคบละทิ้งลาบัน

          ก่อนที่จะถึงการให้กำเนิดเบนยามิน และหลังจากการให้กำเนิดโยเซฟไม่นาน ยาโคบได้เสนอแก่พ่อตาของเขาว่า เขาและครอบครัวของเขาจะย้ายออกจากครัวเรือนของลาบัน ลาบันนั้นได้รู้ว่าที่พระเจ้าได้อวยพรบ้านของเขาเท่านั้นก็ด้วยการมียาโคบอยู่ที่นั่น เขาจึงขอร้องยาโคบให้อยู่ต่อเพื่อดูแลฝูงสัตว์ของเขา ยาโคบได้ตกลงที่จะอยู่ต่อไปกับลาบัน สำหรับช่วงเวลาสักระยะหนึ่ง และจากนั้นลาบันได้ถามยาโคบว่า เขาต้องการอะไรเป็นค่าตอบแทนสำหรับการดูแลเอาใจใส่ฝูงสัตว์ของเขา?

          ยาโคบบอกแก่ลาบันว่า ทั้งหมดที่เขาจะเรียกร้องคือ ทั้งหมดของสัตว์ตัวลายจุดและด่าง  และรวมไปถึงแกะสีน้ำตาลที่อยู่ภายในฝูง ใหญ่ รวมกันแล้วน้อยกว่า 1% ของฝูงสัตว์ที่เกิดจากความผิดปกติของสี  ลาบันตกลงที่จะให้เกียรติการเรียกร้องของยาโคบ  ยาโคบจึงแยกวัวและแพะลายและจุด และเช่นกันแกะสีน้ำตาลจากฝูงสัตว์ของลาบัน  และจากนั้นเขาได้ย้ายตัวเองและทั้งฝูง สัตว์จากครัวเรือนของลาบัน ระยะห่างของการเดินทาง 3 วัน (21ไมล์)

          แต่ในขณะเดียวกันยาโคบได้ดูแลฝูงสัตว์ของลาบันเช่นเดียวกันกับเขาเองด้วย ทูตสวรรค์ของพระผู้เป็นเจ้าในความฝัน ได้ชี้แนะยาโคบ ให้จัดตั้งล้อมรั้วรอบเขตแดนของอาหารและพื้นที่การให้น้ำแก่สัตว์ต่างๆ และยังมีการทาสีขาวเป็นลายเส้นรอบรั้วทั้งหมด ในระยะเวลาไม่นานหลังจากยาโคบได้ทำตามที่ทูตสวรรค์ได้บอก จำนวนฝูงสัตว์วัวลายและแพะด่าง และแกะสีน้ำตาลเพิ่มมาก ขึ้น การเพิ่มขึ้นของสัตว์สีผิดปกตินี้เป็นหมายสำคัญ หลังจากใช้เวลาในระยะสั้นไม่กี่ปีกับฝูงสัตว์ของยาโคบ มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าฝูงสัตว์ที่มีสีปกติของลาบัน นอกจากนี้ ฝูงสัตว์ของยาโคบยังมีลักษณะที่แข็งแรงกว่าฝูงสัตว์ของลาบัน    

          เมื่อบุตรชายของลาบันเห็นตัวเลขมากมายของฝูงสัตว์ของยาโคบ เขาเริ่มที่จะกล่าวโทษว่ายาโคบได้โกงพ่อของเขาจากฝูงสัตว์ของเขา และวิธีการนี้ช่วยพ่อของเขาที่จะมีฝูงสัตว์เพิ่มมากขึ้น ยาโคบนั้นได้รู้ว่าลาบันได้วางกับดักหลอกลวงเขาในช่วงเวลาที่เขาได้ทำงานรับใช้อยู่ เนื่องด้วยการถูกกล่าวโทษ กล่าวหา เขาจึงตัดสินใจว่า นี่เป็นเวลาสำหรับเขาและครอบครัวของเขาที่จะย้ายออกไปจากลาบัน

          ในระหว่างขั้นตอนของการเคลื่อนย้ายของพวกเขา ทั้งเลอาห์และราเชลแสดงความไม่พอใจต่อยาโคบเกี่ยวกับลาบัน ไม่ให้อะไรก็ตามแก่พวกเขาในสินเดิมของหญิง และการเป็นเจ้าของของพวกเขาที่จะจากไปกับการไม่มีอะไร  ดังนั้น ราเชล  ตัดสินใจเพื่อขโมยรูปเคารพ สิ่งของที่บูชากราบไหว้ทั้งสิ้น จากบิดา ที่ได้ถูกทำขึ้นของทองและเงิน  เพื่อทดแทนสำหรับการสูญเสียของพวกเขา!

          ครั้งหนึ่งเมื่อลาบันได้ยินว่ายาโคบ ได้ออกจากพื้นที่และเห็นว่ารูปเคารพของเขาได้ถูกขโมย  เขากล่าวหายาโคบกับการขโมย และไล่ล่าตามหลังเขากับคนรับใช้ติดอาวุธจำนวนหนึ่ง ในขณะที่ในระหว่างทาง  ลาบันถูกเตือนในความฝันโดยทูตสวรรค์ของพระเจ้า  ว่าเขาไม่ควรจะก่อให้เกิดอันตรายใดๆ ทั้งสิ้นที่จะมาเหนือยาโคบ หลังจากไม่กี่วันในการติดตามยาโคบ  ลาบันและคนของเขาในที่สุดตามมาทันถึงขบวนนักเดินทางของยาโคบ

          พวกเขากล่าวหาการหลบหนีออกจากพื้นที่ของยาโคบโดยทันที  ปราศจากการแจ้งล่วงหน้าใดๆ ของการจากไป  และยังกล่าวหาเขาของการขโมยรูปเคารพของลาบัน ยาโคบเสนอให้พวกเขตรวจค้นค่ายของเขาสำหรับสิ่งของที่ได้การลักขโมย และบอกพวกเขาว่าพวกเขาอาจจะฆ่าใครก็ตามในค่ายของเขา ผู้ซึ่งมีสิ่งของเหล่านั้นในการครอบครองของพวกเขา

          ราเชล ขณะนั้นได้ตั้งครรภ์เบนยามิน ขณะที่อยู่บนอูฐของเธอ ในขณะที่บิดาของเธอค้นหาทั้งเต็นท์ของเธอและเต็นท์ของเลอาห์ เพื่อหารูปเคารพของเขา  ราเชล มีรูปเคารพซ่อนอยู่ (สิ่งของที่บูชากราบไหว้ทั้งสิ้น) ในถุงที่บรรทุกหลังอูฐข้างละใบยังคงอยู่บนอูฐของเธอ และลาบันไม่ได้ค้นหาถุงที่บรรทุกหลังของอูฐ เมื่อลาบันไม่สามารถที่จะค้นหารูปเคารพที่หายไปท่ามกลางทรัพย์สมบัติของพวกเขา เขาจึงเปลี่ยนใจ  ลาบันตัดสินใจที่จะทำขึ้นสัญญา (ข้อตกลง) กับยาโคบดังนั้นพวกเขาอาจจะชอบความสงบสุขอาศัยอยู่อย่างเพื่อนบ้าน ยาโคบและลาบันจึงร่วมกันจัดตั้งเส้นแบ่งเขตระหว่างพวกเขาและตกลงว่า ทั้งสองฝ่ายจะไม่ฝ่าฝืนเส้นแบ่งเขตการแยกของพวกเขาและฝูงสัตว์ของพวกเขา ในเช้าวันต่อมาลาบันได้ออกจากค่ายของยาโคบและไม่เคยเห็นยาโคบและครอบครัวของเขาอีกเลย

ยาโคบเคลื่อนย้าย

          กับทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้อารักขาทุกย่างก้าวของยาโคบ และยาโคบ สามารถที่จะเห็นพวกเขาผู้ซึ่งจัดเตรียมกำลังการคุ้มครองต่อเขา ยาโคบเรียกชื่อของพื้นที่  Ma'-ha-na'-im  มาหะนาอิม”  มีความหมาย  สอง เต้นท์ (หรือเรียกอย่างถูกต้องกว่า “ตั้งเต้นท์กับทูตสวรรค์”) ยาโคบตั้งชื่อนั้นเพราะว่าทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ตั้งค่ายถัดไปจากของเขา     

          ยาโคบกับการเดินทางของเขายังดำเนินต่อไปและเข้าไปในดินแดนของเอโดม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พี่ชายของเขาเอเซาวได้อาศัยอยู่ ยาโคบมีความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับตัวเขาและสวัสดิภาพของครอบครัวของเขา นึกถึงการข่มขู่คุกคามเมื่อคราวก่อนของเอซาวพี่ชายของเขา กับยาโคบไม่มีการติดต่อใดๆ ทั้งสิ้นกับเอซาวสำหรับเวลาเกือบ 25 ปี  เขาจึงตัดสินใจส่งคนรับใช้หนึ่งคนของเขาออกไป เพื่อส่งออกหนึ่งของคนรับใช้ของเขามุ่งไปล่วงหน้าก่อนเขา  ดังนั้นคนรับใช้อาจจะสามารถที่จะเผชิญหน้ากับเอซาวก่อนถึงยาโคบ ยาโคบยังได้ส่งของขวัญไปกับคนรับใช้เพื่อระงับโทสะเอซาวซึ่งอาจจะยังคงมีอคติต่อยาโคบเหนือข้อพิพาทสิทธิบุตรหัวปี

            เนื่องจากการอวยพรของพระเจ้า  ขบวนคาราวานของยาโคบ มีขนาดใหญ่โต ยาโคบ ได้มีคนรับใช้ชายและหญิง กับจำนวนของฝูงวัว  แกะและแพะ  วัวตัวผู้ และอูฐ ที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การเคลื่อนย้ายกองคาราวานจึงเป็นไปค่อนข้างช้า  ดังนั้น เมื่อคนรับใช้ผู้ซึ่งเขาได้ส่งออกไปกลับมายังขบวนคาราวาน  เขาได้บอกยาโคบว่า เอซาวพี่ชายของเขากำลังใกล้เข้ามาถึงพวกเขา พร้อมกับชายจำนวนสี่ร้อยคน  นี่เป็นเหตุให้ยาโคบตัดแบ่งขบวนคาราวานของเขาไปในหลายๆ กลุ่ม เพราะว่าเขาทึกทักเอาว่า เอซาวจะโจมตีพวกเขาและบางคนของกลุ่มอาจจะสามารถหลบหนีได้ หากพวกเขาถูกแบ่งแยกกัน ยาโคบได้แบ่งกลุ่มสัตว์บางชนิดเพื่อที่จะเสนอสำหรับเป็นของขวัญแก่เอซาว  ในความหวังว่าของขวัญจะให้ความพอใจแก่เขาและอภัยการกระทำใดๆ ที่มีใจพยาบาทเขาอาจจะกำลังวางแผนอยู่

             เป็นกลุ่มสุดท้ายในตอนค่ำที่ยาโคบตัดสินใจส่งภรรยาสองคนของเขา  เลอาห์และราเชล  และภรรยาน้อยสองคนของเขา   ศิลปาห์และบิลฮาห์  และลูกๆ ของพวกเขา  ข้ามลำธาร “Jab' -bok ยับบอก”  ในขณะที่ตัวเขาเองอยู่ข้างหลัง ที่เขาทำเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากความกลัวสำหรับชีวิตของเขาเอง แต่ทำเพื่อป้องกันครอบครัวของเขา

       ยาโคบคิดว่าถ้าเอซาวเห็นว่า เขาอยู่ข้างหลัง และเอซาวคงจะผ่านคนที่ส่งไปก่อนหน้าเขา จากนั้นเอซาวจะผ่านพวกเขาเหล่านั้นไป เพื่อที่จะมองหายาโคบ จากนั้นเป็นโอกาสที่กลุ่มข้างหน้ามีหนีออกจากการโมโหโจมตีของเอซาว

ยาโคบต่อสู้กับทูตสวรรค์

            โดยเฉพาะเรื่องนี้ซึ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ของยาโคบกับทูตสวรรค์  ไม่ได้สอนอย่างถูกต้องเหมาะสม โดยหลายอย่างเป็นการพยายามสอนพระคำของพระเจ้า  และแน่นอนที่สุดเกิดเป็นความเข้าใจผิดโดยพวกนักเทศนาตลอดมา คนหนึ่งต้องเข้าใจก่อนและสำคัญที่สุดว่าไม่มีมนุษย์คนใดเป็นไปได้สามารถต่อสู้กับทูตสวรรค์ ไม่แม้แต่จะเป็นกองทัพทหารที่จะต่อสู้กับทูตสวรรค์ เพราะทูตสวรรค์องค์เดียวในคืนหนึ่งฆ่า 185,000 ชาวอัสซีเรีย เพื่อให้พวกเขาออกจากการล้อมเมืองเยรูซาเล็ม (อิสยาห์ 37:36) การกระทำเช่นนี้เป็นคำสั่งเล็กน้อยสำหรับทูตสวรรค์ผู้ซึ่งถูกส่งสำหรับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

          ทูตสวรรค์ที่ปล้ำสู้ทั้งคืนกับยาโคบเป็นทูตสวรรค์กาเบียล  ผู้ซึ่งเป็นเจ้าชายในสวรรค์และค่อนข้างมีอำนาจมาก!  กาเบียล ถูกส่งโดยพระเจ้าเพื่อบรรลุ 2 ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ภารกิจแรกคือเพื่อป้องกันยาโคบจากการข้ามไปยังลำธาร Jab'-bok ยับบอก” ในตอนเย็นนั้น อย่างที่พระเจ้ารู้ว่าเอซาวยังต้องการเวลาต่อไป เพื่อระงับความโกรธที่เขายังคงมีต่อ ยาโคบ น้องชายของเขา ในตอนเย็นของคืนนั้น ยาโคบ เริ่มการมีความคิดที่สองเกี่ยวกับการหลบอยู่ช่วงท้ายสุดหรือเขาควรจะข้ามไปยังลำธารเย็นนั้นและเพื่อไปอยู่กับครอบครัวของเขาซึ่งเขาได้ส่งข้ามไปก่อนหน้านี้

                       แม้ว่าเรื่องราวดูเหมือนจะเป็นในทางตรงกันข้าม แต่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริงๆ ยาโคบไม่ได้ยับยั้งทูตสวรรค์  แต่แทนที่ด้วยทูตสวรรค์ผู้ซึ่งได้กำลังยับยั้งยาโคบ เรื่องนี้คือสามารถพิสูจน์ความจริงได้โดยข้อความในพระคัมภีร์ ! ข้อความในพระคัมภีร์พูดว่า ก่อนรุ่งอรุณทูตสวรรค์จึงแตะต้นขาของยาโคบ  ก่อให้เกิดกล้ามเนื้อในต้นขาเคล็ด การกระทำเช่นนี้ทำให้ยาโคบ เดินขาเป๋สำหรับช่วงนั้นของชีวิตเขา  เหตุการณ์นี้เป็นโดยเจตนาวางเข้าไปในข้อความในพระคัมภีร์เพื่อแสดงให้ผู้อ่านได้เห็น ว่าทูตสวรรค์มีอำนาจอยู่เหนือกว่ายาโคบ และในทุกโอกาสสามารถที่จะเอาชนะเขา แต่อย่างไรก็ตาม  ทูตสวรรค์ไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อทำร้ายยาโคบ  แต่ถูกส่งมาเพื่อช่วยชีวิตของเขา โดยยืดเวลาการข้ามไปยังลำธารของเขาและการพบกับเอซาว  ก่อนที่จะเช้าในวันต่อมา

            ภารกิจที่สองของทูตสวรรค์ ได้ถูกส่งเพื่อบรรลุผลสำเร็จ  คือ การเปลี่ยนชื่อของยาโคบ อิสราเอล (มีความหมายว่า “ประชากรของพระเจ้า”)  และจากนั้นอวยพรชื่อของอิสราเอล ทูตสวรรค์ทั้งหมดของสวรรค์เป็นผู้ส่งสารของพระเจ้าและเป็นผู้แทนของความบริสุทธิ์ผุดผ่องปราศจากบาปของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ การเผชิญหน้าใดๆ...     กับทูตสวรรค์สามารถได้รับการพิจารณาเพื่อเป็นการเผชิญหน้ากับพระเจ้า นี่คือสิ่งที่มีความหมายในข้อความในพระคัมภีร์  เมื่อเป็นการพูดว่า “ยาโคบปล้ำสู้กับพระเจ้า อย่างที่ทูตสวรรค์ได้เผชิญหน้ากับยาโคบเป็นผู้แทนของพระเจ้า อ่านเรื่องนี้เกี่ยวกับการปล้ำสู้กับยาโคบกับทูตสวรรค์ในบทที่ 32: 24-32 ของหนังสือปฐมกาล

ยาโคบได้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งกับเอซาว

          รุ่งอรุณเกือบจะเช้า หลังจากทูตสวรรค์จากยาโคบไป  เขาข้ามลำธารไปเข้าร่วมกับครอบครัวของเขา ในไม่ช้าหลังจากนั้น  ยาโคบได้เห็นเอซาว จากระยะทางไกลและจึงได้แบ่งแยกหญิงรับใช้ (ภรรยาน้อยของเขา) กับลูกๆ ของพวกเขาจากเขา เดินทางไปข้างหน้าก่อน แล้วก็เลอาห์กับลูกคนอื่นๆ ของเขาและท้ายที่สุดราเชลและโยเซฟ แต่ยาโคบได้ออกไปก่อนพวกเขาทั้งหมด เมื่อใกล้มาถึงเอซาว ยาโคบ ได้ก้มศีรษะของเขาเองไปยังพื้นดินเจ็ดครั้ง  เพื่อแสดงความต่ำต้อยของเขาไปยังพี่ชายของเขา

          เมื่อเอซาวเห็นเช่นนี้  เขาจึงวิ่งเข้าตรงเข้าไปหายาโคบ  และเมื่อพวกเขาพบกันพวกเขาสวมกอดกันและทั้งคู่ก็ร้องไห้ ยาโคบจึงแนะนำภรรยาของเขา  หญิงรับใช้ของเขา (ภรรยาน้อย) และลูกๆ ของเขาทั้งหมดต่อเอซาวพี่ชายของเขา  และเสนอของขวัญที่เขาได้เก็บหอมรอบริบแก่เอซาว เอซาวปฏิเสธของขวัญในเบื้องต้น แต่หลังจากนั้น ยาโคบ ยืนกรานผลักดันให้เอซาวรับของกำนัลเอาไว้ เอซาวจึงยอมรับของขวัญอย่างมีเมตตากรุณา  จากนั้นพี่น้องแต่ละคน ยาโคบและเอซาว  ได้แบ่งแยกของพวกเขากับเอซาวกลับไปยัง เสอีร์  และยาโคบเดินทางไปยังเมืองหนึ่งในดินแดนของเชเคม บริเวณด้านนอกของเมืองเชเลม  ยาโคบตั้งเต็นท์ของเขาและซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง

          ยาโคบ/อิสราเอล หลังจากซื้อที่ดิน  ได้สร้างแท่นบูชาขึ้นเพื่อพระเจ้าและทำเครื่องบูชาถวายต่อพระผู้เป็นเจ้า ในวันขอบคุณพระเจ้าสำหรับการอวยพรและการคุ้มครอง ที่พระเจ้าได้จัดเตรียมเขากับการเดินทางของเขา

การเป็นมลทินของดีนาห์

          ในไม่ช้าหลังจากยาโคบและครอบครัวของเขาและคนรับใช้ ได้ตั้งรกรากเข้าไปในบ้านหลังใหม่ของพวกเขา  ดีนาห์  หนึ่งและบุตรสาวคนเดียวของยาโคบ  ตัดสินใจออกไปเพื่อพบปะผู้คนอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่  ครั้งหนึ่งเมื่อเชเคม ผู้ซึ่งเป็นเจ้าชายของประเทศที่ซึ่งยาโคบขณะนี้อาศัยอยู่ เห็นดีนาห์ และความสวยงามของเธอเป็นอย่างไร  เขาต้องการเธอในทันทีทันใด เชเคมจึงนำดีนาห์ไปยังบ้านของเขาและมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งกับเธอ และทำให้ดีนาห์เป็นมลทิน นี้เพราะว่า เชเคมไม่ใช่คนฮีบรูและไม่ได้เข้าสุหนัต  และเขาไม่ได้ขออนุญาตต่อยาโคบเพื่อที่จะสวมแหวนแต่งงานให้เธอ การกระทำเช่นนี้ในสายตาของคนฮีบรูเป็นการข่มขืน!

          เชเคม  ได้คลั่งไคล้ในความรักที่มีต่อดีนาห์ จากนั้นเขาจึงไปหาบิดาของเขา ฮาโมร์  คนฮีไวต์  และขอร้องบิดาของเขา ให้บิดาของเขาไปหายาโคบและขอร้องให้สวมแหวนที่มือ ของดีนาห์ ในการแต่งงาน สำหรับเขา เมื่อ ฮาโมร์ พบกับยาโคบ เขาอธิบายว่า ดินแดนที่พวกเขาได้อาศัยอยู่นั้นอุดมสมบูรณ์และเขาเป็นเจ้าของที่ดิน พวกเขาสามารถอาศัยอยู่ในความสงบด้วยกัน ถ้ายาโคบจะให้ยกดีนาห์ให้แก่บุตรชายของเขาเชเคมในการแต่งงาน

          เมื่อบุตรชายของ ยาโคบ ได้ยินเรื่องราวสิ่งที่ได้เกิดขึ้นต่อดีนาห์น้องสาวของพวกเขา  พวกเขากลายเป็นเดือดดาล  ประกาศเรียกร้องที่เชเคมได้สร้างมลทินแก่น้องสาวของพวกเขา บุตรชายของยาโคบจึงเรียกร้องจากฮาโมร์ ว่าเขาและชายทั้งหมดทั้งญาติและคนรับใช้ในครัวเรือนของเขาเข้าสุหนัต โดยบุตรชาย ฮาโมร์และเชเคมได้บอกต่อไปว่า หลังจากที่พวกเขาได้เข้าสุหนัตพวกเขาสามารถเป็นที่ยอมรับเข้าไปในครอบครัวของ อิสราเอล

           ดังนั้น  เชเคม  บิดาของเขา  และคนรับใช้ของพวกเขาทั้งหมดตกลงที่จะเข้าสุหนัต วันที่สามหลังจากข้อตกลงนี้ ในขณะที่พวกเขาเจ็บปวดจากการเข้าสุหนัต สิเมโอนบุตรชายของยาโคบและเลวี  หยิบดาบขึ้นและฆ่าครอบครัวของฮาโมร์ทั้งหมด

          พวกเขายังนำสิ่งของที่ฮาโมร์ได้ในการครอบครองทั้งหมดมาเป็นสำหรับพวกเขาเอง แล้วบุตรชายของยาโคบ ก็ไปยังบ้านของเชเคมและฆ่าเขาเช่นกัน  และย้ายพาดีนาห์น้องสาวของพวกเขาจากบ้านของเชเคม  ในทันใดที่ยาโคบได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งที่บุตรชายของเขาได้กระทำต่อ เชเคมและฮาโมร์บิดาของเขา  เขาเริ่มเกิดความวิตกกังวลเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการกระทำต่างๆของพวกเขา ยาโคบบอกบุตรชายของเขาว่า เมื่อคนในท้องถิ่นพบสิ่งที่พวกเขาได้กระทำต่อฮาโมร์และเชเคม  พวกเขาก็จะตามมาภายหลัง ฆ่า! ยาโคบและครอบครัวของเขาในลักษณะที่เหมือนกัน

ยาโคบละทิ้งพื้นที่ของเชเคม

          ยาโคบได้เผชิญหน้ากับองค์พระผู้เป็นเจ้าเกี่ยวกับสิ่งที่บุตรชายของเขาได้พึ่งกระทำลงไปที่เชเคม  และพระเจ้าตรัสบอกยาโคบว่าเขาควรจะย้ายออกจากพื้นที่นี้และกลับไปที่เบธเอล  ไปยังสถานที่ครั้งแรกที่ซึ่งยาโคบได้เห็นพระเจ้าและบันไดจากสวรรค์  NEXT CLICK

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 03 มิถุนายน 2010 เวลา 02:10 )